แชร์

ตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง 2569 คือโอกาสของคนที่มองไกล

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
104 ผู้เข้าชม

แนวโน้มตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง ปี 2569  โอกาสของธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง

          หากพูดถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างในอดีต หลายคนมักนึกถึงโครงการบ้านใหม่ คอนโด หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่ในปี 2569 ภาพของตลาดกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “งานซ่อมสร้าง” หรือ Renovation & Maintenance กลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดวัสดุก่อสร้างไทย

สาเหตุสำคัญมาจาก
- บ้านและอาคารจำนวนมากมีอายุเกิน 10–30 ปี
- ผู้บริโภคเลือกซ่อมแซมแทนการสร้างใหม่เพื่อลดต้นทุน
- ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาทรัพย์สินมากขึ้น

บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์ แนวโน้มตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง ปี 2569 อย่างละเอียด พร้อมชี้โอกาสทางธุรกิจ และบทบาทของ Incosource ในการสนับสนุนตลาดนี้อย่างครบวงจร

ตลาดที่เติบโตจาก “ความจำเป็น” ต่างจากการก่อสร้างใหม่ที่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโดยตรง งานซ่อมสร้างคือ ความจำเป็น
ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะดี หรือชะลอตัว อาคาร บ้าน โรงงาน และร้านค้า ล้วนต้องการการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง

ปี 2569 คาดว่าตลาดวัสดุงานซ่อมสร้างจะเติบโตอย่างสม่ำเสมอ จากปัจจัยหลักคือ

- โครงสร้างพื้นฐานเก่า
- อาคารพาณิชย์ในเขตเมือง
- บ้านพักอาศัยที่ต้องการปรับปรุงให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ 

ตลาดนี้ไม่ใช่ “งานใหญ่ครั้งเดียว” จุดเด่นของตลาดซ่อมสร้างคือ

- งานขนาดเล็ก แต่ซ่อมแซมซ้ำ
- ใช้วัสดุและเครื่องมือหลากหลาย
- ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำสูง
จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านวัสดุซ่อมสร้าง และผู้จัดจำหน่ายมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง ปี 2569
ตลาดวัสดุงานซ่อมสร้างในปี 2569 ไม่ได้เติบโตโดยบังเอิญ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้ “คึกคักและมีโอกาสเติบโต” มีดังนี้

1. อาคารและบ้านหลายช่วงอายุต้องซ่อมแซม
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมที่โครงสร้างอาคารมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น บ้าน อาคารพาณิชย์ และโรงงานหลายหลังถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2540–2550 ซึ่งในปี 2569 อายุตัวอาคารอยู่ในช่วงที่ต้อง บำรุงรักษาใหญ่ เช่น

- ผนังแตกร้าว
- ระบบไฟฟ้าและประปาชำรุด
- หลังคารั่วซึม
- สนิมบริเวณโครงสร้างโลหะ

ความจำเป็นนี้ทำให้เกิดความต้องการซื้อวัสดุซ่อมแซมเฉพาะทาง เช่น ปูนซ่อมรอยแตกร้าว วัสดุกันซึม และวัสดุปรับสภาพพื้นผิวให้กลับมาใช้งานได้ตามมาตรฐานใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการร้านวัสดุจึงได้โอกาสจาก “งานซ่อมจริง” ที่เกิดขึ้นซ้ำและต่อเนื่อง


2. ค่าแรงที่สูงขึ้นและปัญหาขาดแคลนแรงงาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าแรงในภาคก่อสร้างมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้

- เจ้าของบ้านและธุรกิจเลือกงานซ่อมเฉพาะจุดแทนงานสร้างใหม่
- งานที่ใช้แรงงานและเวลาน้อยลงเป็นที่ต้องการ
- วัสดุ “ติดตั้งง่าย” และ “ลดขั้นตอนงานหน้างาน” เป็นที่นิยม

       ปัจจัยนี้ไม่เพียงเพิ่มกิจกรรมในงานซ่อม แต่ยังสร้าง ความต้องการเครื่องมือช่างและวัสดุที่ใช้งานง่าย ให้ผลรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นหมวดสินค้าที่มีการซื้อซ้ำสูง

3. พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เน้นรีโนเวทก่อนซื้อใหม่
การซื้อบ้านใหม่เป็นการลงทุนที่หนักสำหรับหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม

- คนทำงานยุคแรกเริ่ม (First Jobber)
- ครอบครัวขนาดเล็ก
- ผู้เกษียณอายุ

กลุ่มเหล่านี้มักเลือก รีโนเวทบ้านเก่าให้ใหม่กว่าเดิม แทนการย้ายที่อยู่ ส่งผลให้

- วัสดุกลุ่มซ่อมแซม
- วัสดุตกแต่งใหม่
- วัสดุกันซึม
- สีทาอาคาร
- เคมีภัณฑ์เฉพาะทาง

มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นตลาดที่เติบโตทุกฤดูกาล



4. การเติบโตของธุรกิจเชิงพาณิชย์และ LBE (Local Business Expansion)
นอกจากงานบ้านอยู่อาศัยแล้ว อาคารพาณิชย์ โรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร และคลินิกต่าง ๆ ยังต้องปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัยและปลอดภัยตลอดเวลา

สิ่งนี้กระตุ้นความต้องการวัสดุซ่อมสร้างเช่นกัน เพราะ:

- ธุรกิจต้องสร้าง “ภาพลักษณ์ดี”
- ต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัย
- ต้องลดการหยุดชะงักของบริการ

ความต้องการนี้ทำให้ตลาด วัสดุกันซึม วัสดุเสริมสร้างโครงสร้าง เครื่องมือช่าง และวัสดุตกแต่ง เติบโตควบคู่กัน


5. การรับรู้เรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานเพิ่มขึ้น
มาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร ได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น
- ระเบียบกันซึมในอาคารสูง
- การป้องกันไฟไหม้ และวัสดุหน้างานที่ปลอดภัย
- การรับรองคุณภาพวัสดุจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
- ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าควรเลือกวัสดุแบบใดให้ปลอดภัยกว่า ใช้งานได้นานกว่า และมีความคุ้มค่าที่สุด ทำให้สินค้าระดับคุณภาพ เช่น วัสดุกันซึมเกรดมาตรฐาน เครื่องมือช่างคุณภาพสูง และปูนซ่อมที่ได้มาตรฐาน กลายเป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากขึ้น


6. การกระจายตัวของชุมชนเมืองและความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
การเติบโตของเมืองนำไปสู่ความต้องการที่หลากหลาย เช่น

- งานซ่อมบ้านเดี่ยว
- รีโนเวทคอนโดมิเนียมในเมือง
- ซ่อมอาคารสำนักงาน
-ปรับปรุงร้านค้าในย่านชุมชน

งานหลากหลายลักษณะนี้ทำให้ร้านวัสดุก่อสร้างต้องมี สินค้าที่ตอบโจทย์งานเฉพาะด้าน มากขึ้น เช่น
-  วัสดุกันซึมชนิดพิเศษ
-  ปูนปรับระดับพื้น
-  สีเคลือบกันรอยแตกร้าว
-  เครื่องมือเฉพาะทางสำหรับซ่อมแซม

การรู้จัก “เข้าใจงานหลากหลาย” จึงเป็นปัจจัยแข่งขันสำคัญของร้านวัสดุในปี 2569



7. ช่องทางการซื้อขายออนไลน์และข้อมูลก่อนตัดสินใจเพิ่มขึ้น
ผู้บริโภคปัจจุบันไม่ได้ซื้อสินค้าจากหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่:

-  ค้นหาข้อมูลออนไลน์ก่อนซื้อ
-  เปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติ
-  ดูรีวิวและบทความแนะนำ

ผลลัพธ์คือ

- ร้านค้าที่มีบทความให้ความรู้ในเว็บ
-  เว็บไซต์ SEO ที่ตอบคำถามลูกค้า
-  เนื้อหาที่ช่วยแก้ปัญหาผู้อ่าน

มักได้รับการตัดสินใจซื้อเร็วกว่า และมีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำสูง


8. การสนับสนุนและพาร์ทเนอร์จ่ายตลาดที่แข็งแรง
ปัจจัยสุดท้ายที่ขับเคลื่อนตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง คือ ระบบพาร์ทเนอร์ที่แข็งแรง เช่น

-  ผู้จัดจำหน่ายที่มีสต็อกครบ
-  เข้าถึงสินค้าคุณภาพได้รวดเร็ว
-  ระบบสั่งซื้อและจัดส่งที่คล่องตัว
-  บริการหลังการขายที่ช่วยให้ร้านค้าขายง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่นระบบการจัดจำหน่ายแบบครบวงจรที่ Incosource มุ่งเน้นให้ร้านวัสดุได้รับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุซ่อมแซมเฉพาะทางหรือเครื่องมือช่างระดับมืออาชีพ

 

พฤติกรรมผู้บริโภควัสดุงานซ่อมสร้างในปี 2569
1. ต้องการคำแนะนำมากกว่าราคา
- ลูกค้ามักไม่รู้ว่าวัสดุชนิดใดเหมาะกับปัญหาที่เจอ
- ร้านที่ให้คำแนะนำได้ถูกต้อง จะปิดการขายได้ง่ายกว่า

2. เน้นใช้งานง่าย จบงานไว
วัสดุที่จะได้รับความนิยมสูง
- ใช้งานง่าย
- แห้งเร็ว
- ไม่ต้องใช้แรงงานมาก


3. เชื่อถือร้านที่มีความรู้
บทความ เว็บไซต์ และคอนเทนต์ให้ความรู้ และการแนะนำที่น่าเชื่อถือของหน้าร้าน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง

โอกาสของร้านวัสดุและผู้ประกอบการในตลาดซ่อมสร้าง
1. ร้านขนาดเล็ก–กลางเติบโตได้
ตลาดซ่อมสร้างไม่ต้องใช้พื้นที่ใหญ่ แต่ต้องมีสินค้า “ตรงจุด ใช้จริง”

2. สินค้าหมุนเร็ว สร้างกระแสเงินสดดี
วัสดุซ่อมแซมและเครื่องมือเป็นสินค้าที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

3. การมีซัพพลายเออร์ที่ดีคือหัวใจ
ผู้จัดจำหน่ายที่มีสินค้าให้เลือกครบ และให้คำแนะนำได้ จะช่วยลดความเสี่ยงของร้าน

 

Incosource กับ ตลาดวัสดุงานซ่อมสร้าง

Incosource ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้า แต่เป็น พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ สำหรับร้านวัสดุซ่อมสร้าง วัสดุก่อสร้าง และผู้ประกอบการงานซ่อมสร้าง โดยมีจุดแข็งคือ

- คัดเลือกสินค้าเครื่องมือและวัสดุที่เหมาะกับงานซ่อมจริง
- ช่วยให้ร้านมีสินค้าใช้งานง่าย ตรงความต้องการตลาด
- สนับสนุนองค์ความรู้ให้ร้านสามารถแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
Incosource จึงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ช่วยให้ตลาดวัสดุงานซ่อมสร้างปี 2569 เติบโตอย่างมีคุณภาพ

กลยุทธ์ทำธุรกิจวัสดุงานซ่อมสร้างให้เติบโตในปี 2569
1. โฟกัสสินค้าที่แก้ปัญหาได้จริง
ไม่เน้นของเยอะ แต่เน้นของที่ “ลูกค้าเจอปัญหาแล้วต้องหยิบ”

2. สร้างความรู้ผ่านบทความ SEO
เว็บไซต์ที่ให้ความรู้เรื่องการซ่อมแซม จะดึงลูกค้าได้ตลอดปี

3. สื่อสารแบรนด์ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ
ร้านที่ดูน่าเชื่อถือ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกเสมอ

ถ้าคุณอยากขันน็อตธุรกิจให้แน่นตั้งแต่รอบแรก ให้ Incosource เปิดให้ (Save & Pro By Fix and Build)
- วางแผนร้านตามงบที่คุณเลือกได้
- จัดร้านแบบ Modern Retail ลูกค้าเดินง่าย ซื้อเพิ่ม
- ฟรีติดตั้งชั้นวาง
- ฟรีจัดเรียงสินค้า
- ฟรีออกแบบ + ติดตั้งป้ายหัวชั้น
- ฟรีวิดีโอ + อบรมความรู้สินค้า
- ฟรีที่ปรึกษา ดูแลตั้งแต่เริ่มจนเปิดขายจริง
เหมาะกับคนที่อยาก เปิดร้านเร็ว ดูเป็นมืออาชีพ และลดความเสี่ยง


----------------------------
หากคุณลูกค้าท่านใด สนใจสินค้าของอินโคซอร์ส
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม-สั่งซื้อได้ที่
Tel - 02-080-5688 กด 1 ฝ่ายขาย
Line Official : @incosourcethailand
จันทร์-ศุกร์ 8.00-17.00 น.
เรายินดีให้บริการครับ
.


บทความที่เกี่ยวข้อง
เกรียงโป๊วสีมีกี่ขนาด? มือใหม่และช่างควรรู้ก่อนซื้อ
การเลือกขนาดเกรียงโป๊วสีสแตนเลสที่เหมาะกับงาน ไม่เพียงช่วยให้ผลงานออกมาสวย แต่ยังช่วย ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มความเป็นมืออาชีพ
7 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy